Forex คืออะไร

ก่อนที่เราจะรู้ว่า Forex สามารถทำรายได้ ได้อย่างไร เราควรรู้ก่อนว่า Forex คืออะไร Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange บางครั้งเรียกย่อว่า FX คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
Forex Market หรือ ตลาด Forex เป็น ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า US$ 2 trillion (2 ล้านล้านดอลลาร์) ต่อวัน เป็นตลาดการเงิน ที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดการซื้อขาย แค่วัน เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น การซื้อขายใน ตลาด Forex เป็น การซื้อขายค่าเงิน โดยซื้อเงินสกุลหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็ขายเงินอีกสกุลหนึ่งออกไป หรือเป็นการจับคู่แลกเปลี่ยน ซื้อขายค่าสกุลเงินนั่นเอง ตัวอย่างเช่น เงินสกุลยูโร/ดอลลาร์สหรัฐฯ (EUR/USD) หรือ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น (USD/JPY) เป็นต้น

แต่การที่เราจะเล่น
Forex เรา จะต้องเล่นผ่าน โปรเกอร์ทางอินเตอร์เน็ต และในที่นี้โปรเกอร์ที่แนะนำก็คือ Marketiva ทำไมถึงต้องเป็น Marketiva เพราะสมัครฟรี เมื่อแรกเข้าเราจะได้ 5 เหรียญเป็นเงินจริง ๆ นะ เขาให้ไว้เพื่อลองเล่น (แต่บางคนสามารถทำ 5 เหรียญ ให้เป็น 10,000 เหรียญ ได้นะ) และมีอีก 10000 เหรียญ ที่เป็นเงินปลอมไว้ให้หัดเล่น (เล่นเงินปลอมให้ชำนาญก่อนนะ)

เรามาดูการสมัคร Market เพื่อเข้าไปเล่น Forex

- คลิกที่ Forex แล้วกดที่ Open Account (และการสมัคร จะใช้ได้ 1 Account ต่อ เครื่อง ต่อ 1 คน เท่านั้นนะ )

2. กรอกข้อมูลต่างๆ ดังภาพ ( ทุกช่องที่มี * และเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)
3. เลือกคำถามช่วยจำ และ คำตอบ (ดังภาพ) กด Next
4. คลิ๊กทำเครื่องหมายดังภาพ แล้วกด Finish
5. Download และติดตั้งโปรแกรม Streamster ลงบนคอมพิวเตอร์
เพียงเท่านี้คุณก็จะได้บัญชีเทรดค่าเงิน ของ MarKetiva Forex ในบัญชีคุณจะได้รับเงิน $5 เป็นเงินเทรดจริง และเงินปลอมอีก $10000 เพื่อเอาไว้ลองเล่นให้ชำนาญ

แลัวต่อไปเราจะมาพูดถึง การยืนยันตัวตนต่อ MarKetiva Forex
More

การยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex

การยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex
เมื่อเราสมัครเสร็จแลัว หรือลองเทรดเงินปลอมจนคิดว่าชำนาญแล้ว เราก็ต้องแสดงการยืนยันตัวตนของเราเพราะเราต้องรับเงิน - ส่งเงิืนเข้าเล่น การที่จะยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex มีวิธีการทำดังนี้
เรากดที่ account center แลัวกดที่ Services และกด Identify Yourself หลักฐานที่ต้องส่งคือ
- หนังสือเดินทาง หรือถ้าไม่มีก็ใช้ การสแกนบัตรประชาชน ก็ได้เช่นกัน ไม่ต้องแปลอังกฤษเทียบก็ได้ แต่ต้องทำเป็นไฟล์ .jpg นะ แล้วขนาดต้องไม่เกิน 100KB
- อีกอย่างที่ต้องส่งไปก็คือ บิลอะไรก็ได้ ที่มีชื่อเราอยู่บนนั้น เช่น บิลค่าน้ำ - ค่าไฟฟ้า แต่ต้องทำเป็นไฟล์ .jpg นะ แล้วขนาดต้องไม่เกิน 100KB (แลัวจะอธิบาย การโอนเงินเข้า - กดเบิกเงินออกในตอนต่อไปนะ)

ขั้นตอนการยืนยันตัวตน
กดที่ account center




- เลือก Identify Yourself


- ใส่ ภาพลงในหัวข้อทั้ง 2 โดยมีขนาดไม่เกิน 100 K และต้องเป็น JPEG FORMAT เท่านั้น แล้วคลิ๊กที่ Upload (สีแดงด้านบน คือ การ Log Off)
- รอเวลา 1 - 2 วัน ถ้าผ่านการตรวจสอบแล้ว



หลังจากที่เราได้รับการตอบกลับแล้ว เราก็สามารถ โอนเงินหรือเบิกเงินได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เวป fxfriend.com - http://forexeasy.makewebeasy.com
More

การวิเคราะห์ก่อนเทรด

ก่อนที่เราจะลงมือเทรดค่าเงินนั้น เราควรมีการวิเคราะห์ เพราะ Forex ไม่ ใช้การพนันจึงเล่นตามอารมณ์ไม่ได้ ถ้าเราเล่นตามอารมณ์ มันก็เหมือน เทน้ำลงบนทราย เราเทน้ำเท่าไรหรือลงทุนเท่าไรก็หายหมด ดั้งนั้นเราควรเล่นเงินปลอมให้ชำนาญก่อนนะ อย่าใจร้อน



การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ชนิด

- ซึ่งคุณสามารถใช้เมื่อเข้าถึง forex การวิเคราะห์มูลฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค มักจะมีการถกเถียงกันอยู่เสมอว่า การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า, แต่ ตามความจริงแล้ว เราจำเป็นต้องรู้ทั้งสองบ้างเล็กๆน้อย ดังนั้น มาดูเป็นอย่างเป็นอย่างไป จากนั้นจะได้นำมาใช้ร่วมกันได้



1.การวิเคราะห์มูลฐาน

คือวิธีดูตลาดผ่านปัจจัยอิทธิพล ทางเศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองที่มีผลกระทบต่อ ปริมาณและความต้องการ อุปสงค์/อุปทาน กล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ คุณดูว่าเศรษฐกิจของใครกำลังไปได้ดี, และของใครกำลังแย่ แนวความคิดเบื้องหลังการวิเคราะห์ชนิดนี้ก็คือ เศรษฐกิจของใครก็ตามที่กำลังดี เงินตราของเขาก็ต้องดีด้วยเช่นกัน นี้เพราะว่า ยิ่งเศรษฐกิจของประเทศดี ประเทศอื่นๆยิ่งมีความเชื่อมั้นมากในเงินตรานั้น เป็นต้นว่า, ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะ เศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแรง ถ้าอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าของเงินดอลล่าก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และนี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่าการวิเคราะห์มูลฐาน ในหลักสูตร ภายหลัง เราจะได้เรียนว่าเหตุการณ์ข่าวประเภทไหนกัน ที่ผลักดันค่าเงินตราได้มากที่สุด ตอนนี้ให้รู้แค่ว่าการวิเคราะห์มูลฐานของ forex คือ วิธีวิเคราะห์เงินตราผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ

2.การวิเคราะห์เชิงเทคนิค

คือ การศึกษาของการเคลื่อนไหวของราคา
คือ วิเคราะห์ทางเทคนิค = วิเคราะห์กราฟ (chart) แนวความคิดนี้ ก็คือเราสามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวของราคา และอาศัยการขยับตัวของราคา ตัดสินคาดได้ในระดับหนึ่งว่าราคาจะไปที่จุดไหน โดยดูที่กราฟ คุณสามารถระบุแนวโน้ม และรูปแบบ ที่สามารถช่วยให้เห็นโอกาสดีในการชื้อขาย สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ แนวโน้ม! คนจำนวนมากมีคำพูดอยู่ว่า แนวโน้ม คือ เพื่อนของคุณ . เหตุผลคือ คุณอาจทำเงินได้มากกว่า เมื่อคุณสามารถค้นพบ แนวโน้ม แล้วซื้อขายในทิศทางเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถช่วยคุณระบุแนวโน้มเหล่านี้ในขั้นต้นๆ ของมัน และเพราะฉะนั้น(ผมเพิ่งพูดว่าเพราะฉะนั้นใช่ไหม )จึงช่วยให้ คุณได้โอกาสซื้อขายทำกำไรมาก

ดังนั้น การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า?
คำตอบ คือ ไม่ใช่แบบใด ทั้งนั้น คุณต้องการการวิเคราะห์ทั้งสองชนิดที่จะเป็นนักค้าที่สมบูรณ์ นี้ คือ ตัวอย่างของการโฟกัสใช้การวิเคราะห์เพียงชนิดเดียวที่นำไปสู่ความหายนะ

สมมุติว่าคุณดูที่กราฟของคุณ และ คุณเห็นโอกาสดีที่จะซื้อขาย คุณรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก คิดอยู่ว่เม็ดเงินกำลังจะตกลงจากท้องฟ้าแล้ว(เหมือนกับฝน) คุณพูดกับตัวคุณเอง "โห..เราไม่เคยเห็นโอกาสซื้อขายที่สุดยอดขนาดนี้มาก่อน เจ้ากราฟคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา" จากนั้น คุณก็ดำเนินการเข้าซื้อขายด้วยรอยยิ้มด้วยความมั่นใจ. แต่เดี่ยวก่อน .. ทันทีทันใด ราคาซื้อขายก็ขยับวูบไปถึง 30 จุด ในทิศทางตรงกันข้าม ! คุณรู้น้อยไปหน่อยว่า อัตราดอกเบี้ยได้ลดลงไปแล้วสำหรับเงินตราของคุณ และขณะนี้ทุกๆคนกำลังซื้อขายในทิศทางตรงกันข้าม
คุณเพิ่งสูญเสียเงินไปหนึ่งก้อน ทั้งหมดนี้เพราะ คุณเพิกเฉยโดยสิ้นเชิงต่อการวิเคราะห์มูลฐาน


สรุป

-การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ประเภท : เชิงมูลฐาน และทางเทคนิค
-การวิเคราะห์มูลฐาน คือการวิเคราะห์ตลาดผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ( ตัวอย่างเช่น ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแกร่งขึ้น หรือ การเปลี่ยนผู้นำ)
-การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิค = กราฟ
-การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังช่วยระบุแนวโน้มที่สามารถช่วยเราค้นพบโอกาสทำกำไรในการซื้อขาย
-เพื่อเป็นนักค้าที่สมบูรณ์, คุณต้องประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ทั้งสองร่วมกัน
More

รายละเอียด Marketiva Forex

วันนี้เราจะมารู้จักกับตลาด Forex ให้มากขึ้น
ช่วงเวลาทำการของตลาด?

ตลาดForex นั้นมีหลายแห่งในโลก มีเวลาการเปิดปิดที่คาบเกี่ยวกัน ทำให้เราสามารถลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ โดยตลาดต่างๆ มีเวลาเปิดปิดดังนี้
ตามเวลาประเทศไทย ตลาดจะเปิดทำการตั้งแต่เวลาตี 4 ของเช้าวันจันทร์ และปิดตี 4 ของเช้าวันเสาร์ (รวม 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
ตลาด USD = US Dollar เปิดเวลา 19.00 น. ถึงตี 3
ตลาด GBP = British Pound เปิดเวลา 14.00 - 22.00 น.
ตลาด EUR = Euro เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.
ตลาด CHF = Swiss Franc เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.
ตลาด JPY = Japanese Yen เปิดเวลา 7.00 - 14.00 น.
ตลาด AUD = Australian Dollar เปิดเวลา 5.00 - 13.00 น.

สิ่งที่ควรรู้ ในการเล่นหุ้น

1. Forex แล้วได้เงินจริงหรือเปล่า ?
: ได้จริงและเสียจริง อยู่ที่ว่าคุณทำได้หรือเปล่า มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณต้องขยันศึกษาหาความรู้ หาเทคนิคในการทำกำไร มีหลายคนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำเป็นอาชีพหลักได้เลย อยู่ที่การฝึกฝนค่ะ เหมือนเป็นอาชีพหนึ่งถ้าคุณตั้งใจ การเล่น Forex จะคล้ายๆ การเล่นหุ้น แต่เป็นการซื้อขายค่าเงินระหว่างคู่เงินแทน เป็นการเก็งกำไรจากค่าเงิน ตลาดเงินจะคล่องตัวกว่าตลาดหุ้นมาก ใน Marketiva จะมีเงินปลอมให้ทดลองเทรด ควรศึก ษาให้เข้าใจก่อน แล้วจึงเล่นด้วยเงินจริงค่ะ ขยันศึกษา+ฝึกฝน+มีระเบียบวินัย+การบริหารความเสี่ยง จะทำให้ประสบความสำเร็จใน Forex ได้ค่ะ

2. ฝากเงินเข้ายังไง ?
: การฝากเงินเข้าบัญชี Marketiva เพื่อเทรด ที่สะดวกคือใช้ระบบ e-currency เมื่อก่อนจะใช้ e-gold ซึ่งหากท่านเคยทำพวกโปรแกรมคลิกเมลมาคงจะรู้จักดี แต่ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาบางอย่างของ e-gold ทำให้ Marketiva ยกเลิกการฝากเงินเข้าด้วย e-gold ชั่วคราว แต่ก็มีบางครั้งที่สามารถฝากเข้าได้ แต่ตอนนี้ ที่สะดวกที่สุดคือใช้ e-bullion ซึ่งเป็นระบบ e-currency อีกตัวหนึ่ง และตอนนี้เว็บตลาดทอง เลิกซื้อขาย e-Gold แล้ว แต่เปลี่ยนมา ซื้อขาย e-bullion แทนเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ การฝากเงินเข้าตอนนี้ด้วย e-bullion จะสะดวกที่สุด

3. เห็นตามเว็บต่างๆ บอกสมัครแล้วได้ ฟรี $5 ทำไมได้แค่ $2.5 ?
: เมื่อก่อนสมัครแล้วจะได้ $5 สำหรับเทรด Forex ทันที แต่ช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมา ทาง Marketiva มีการเพิ่ม Fund Rates (เทรดแบบกองทุน) เข้ามา (ดูจาก tab ด้านซ้ายบนของหน้าจอเทรด) จึงแบ่งเงินฟรีของเราออกเป็น Live Forex $2.5 + Live Fund $2.5
เราสามารถโอนจาก Live Fund มารวมใน Live Forex
- วิธีการโอน
1.คลิกที่ Account Center 2.คลิกที่ Transfer funds 3.From Desk: Live Fund และ To Desk: Live Forex ตรงช่อง Amount ใส่ 2.5 แล้วคลิกปุ่ม Transfer แค่นี้เราก็จะมี $5 สำหรับเทรด Forex ค่ะ

4. Margin คืออะไร?
: คือวงเงินของเรา จะมี Available Margin= วงเงินคงเหลือที่ใช้ซื้อขายได้, Used Margin= วงเงินที่เราใช้ไป
สูตร -> Available Margin = เงินในบัญชี - Used Margin + Profit
เมื่อเริ่มต้นเรามีเงินฟรี $5 ยังไม่ได้เทรด Used Margin เป็น 0 เราก็จะมี Available Margin=5.0 ถ้าเราทำการเทรดซื้อ EUR/USD ไป $1 จะเกิด Used Margin=1.0 และเหลือ Available Margin เกือบ 4.0 (เนื่องจากถูกหักค่า Spread 2 pips เป็นค่าติดลบใน Profit) ถ้าราคาขึ้นไปจนเราได้กำไร +10 point เราจะได้ Profit=0.1 ค่า Available Margin จะเพิ่มเป็น 4.1 point ถ้าราคา + ขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้ Available Margin เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในทางกลับกัน ถ้าเราขาดทุน ค่า Profit จะติด - และ Available Margin เราจะลดลงแทน หากเราไม่ตัดขาดทุนจะลดลงไปเรื่อยๆ จน Margin เกือบหมดเราจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ เรียกว่า Margin Call โดนไปทีแทบไม่เหลืออะไรเลย จึงควรรักษา Margin ไว้ให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ

5. Pips หรือ Points คืออะไร?
: Pip (Price Interest Point) หรือ Point (จุด) คือ ค่าต่ำสุดของราคา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็คือจุดทศนิยมหลักสุดท้ายของราคานั่นเอง เช่น EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.3630 เมื่อราคาขึ้นไปเป็น 1.3631 หรือ USD/JPY ราคาอยู่ที่ 115.70 ขึ้นไปเป็น 115.71 ก็คือขึ้นไป 1 Pip หรือ 1 point

6. Long และ Short คืออะไร?
: Long คือ ซื้อไว้แล้วขาย หลักคือเราต้องซื้อไว้ที่ราคาถูกแล้วไปขายที่ราคาแพงกว่า เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่าง ตอนเราเปิด Long ก็คือ ส่งคำสั่งซื้อ หรือ Send Buy Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Long Position ขึ้น
:Short คือ ขายออกแล้วซื้อกลับ หลักคือเราขายออกไปก่อนที่ราคาสูง แล้วไปซื้อกลับคืนเมื่อราคาต่ำกว่า เราก็จะได้กำไรที่ส่วนต่าง ตอนเราเปิด Short ก็คือ ส่งคำสั่งขาย หรือ Send Sell Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Short Position ขึ้น
ตลาด Forex จะต่างจากตลาดหุ้น คือสามารถเทรดได้ทั้งสองทาง ทั้งซื้อและขาย เล่นได้ทั้ง ขาขึ้น และขาลง ตลาดหุ้นซื้อได้อย่างเดียว เล่นได้แต่ขาขึ้น ถ้าเป็นขาลงต้องนอนรออย่างเดียว

7. Stop-Loss (SL) คืออะไร?
: Stop Loss ปกติจะเห็นในห้องแชทพิมพ์ว่า SL (sl) คือจุดที่เรายอมขาดทุน ตรงข้ามกับ TP
- Buy (Long) Order ค่า Stop Loss จะตั้งไว้ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ ถ้าราคาลดลงไปถึงจุดที่กำหนด จะถูกปิดออเดอร์ทันที เพื่อตัดขาดทุน เช่น เราซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.3630 เรายอมขาดทุนได้ 30 จุด ก็ตั้ง SL ไว้ที่ 1.3600 ถ้าราคาไม่ขึ้นตามที่เราตั้งใจแต่กลับลดลงมาถึง 1.3600 เราก็จะขาดทุนเพียง 30 จุด ถ้าเราไม่ตัดขาดทุน ราคาอาจจะลดลงไปมากกว่านี้เยอะ
- Sell (Short) Order จะตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าราคาที่เราเปิด Sell ถ้าราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดโดยอัตโนมัติ

8.Target (Take Profit/TP) คืออะไร?
: Target หรือ TP (Take Profit) คือเป้าหมายกำไรที่เราต้องการ ตรงข้ามกับ SL
- Buy (Long) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับขึ้น เราอาจใช้แนวต้าน เป็นเป้าหมายทำกำไร เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกขายออกโดยอัตโนมัติ
- Sell (Short) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับลดลง เราอาจใช้แนวรับเป็นเป้าหมาย เมื่อราคาลงไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดออเดอร์ โดยอัตโนมัติ

9.การตั้งซื้อขายแบบ Limit / Stop คืออะไร?
: เป็นการตั้งซื้อขายไว้ล่วงหน้า หรือ Pending Order จะยังไม่มี Position เกิดขึ้น
Limit Order ใช้ตั้ง ซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ตัวอย่างถ้าตอนนี้ EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.2953/55 ถ้าเราคิดว่ามันเป็นเทรนขาขึ้น และราคาแพงเกินไป เราอยากซื้อราคาต่ำกว่านี้แต่ไม่ว่างนั่งดู เราอาจตั้ง Buy Limit Order ไว้ที่ราคา 1.2945 ถ้าราคาลดลงมาถึงจุดก็จะถูกซื้อโดยอัตโนมัติ และเมื่อราคาขึ้นไปตามคาด เราก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นถึง 10 จุด สำหรับ Sell Limit ก็กลับกัน
Stop Order คือ ตั้งซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อเราไม่ว่างนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าจอเทรด และใช้สำหรับจับเทรน ตัวอย่าง EUR/USD ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.2953/55 เราคิดว่าถ้าราคาผ่านแนวต้านที่ 1.2963/65 ขึ้นไป (Breakout) แล้วน่าจะขึ้นไปต่อ เราอาจตั้ง Buy Stop Order ไว้ที่ 1.2970 เมื่อราคาทะลุขึ้นไปก็จะซื้อให้อัตโนมัติ สำหรับ Sell Stop ก็กลับกันค่ะ ถ้าคิดว่าจะหลุดแนวรับเราก็ตั้ง Sell Stop Order ไว้ใต้แนวรับ

10.เวลาเปิดให้เทรดได้เวลาไหน และปิดเวลาใด?
: ตลาดเปิดให้เทรดเวลา 4.00 เช้าวันจันทร์ ไปจนถึงปิดเวลา 4.00 น. เช้าวันเสาร์ สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

11.เปิดซื้อขายทิ้งไว้ แล้วออกโปรแกรมไป หรือไฟดับ จะเป็นอะไรไหม?
: ไม่เป็นไรค่ะ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ทางโบรกเกอร์ เมื่อเรากลับเข้ามาอีกที อาจจะ + เป็น 100 หรือ - เป็น 100 ก็ได้ตามราคาตลาดในตอนนั้น หรือแม้แต่เปิดทิ้งไว้จนถึงปิดตลาดเช้าวันเสาร์ พอวันจันทร์ตลาดเปิด ก็ยัง + - ไปตามราคาตลาดต่อไป จนกว่าเราจะสั่งปิดเอง หรือ ราคาชน Target หรือ ราคาชน Stop-Loss หรือ ถูก Margin Call เพราะ margin หมด

12.Spread (2/3 pips) คืออะไร?
: ที่เห็น 2 pips หรือ 3 pips for EUR/USD เป็นผลต่างระหว่าง ราคาซื้อ (Bid) กับราคาขาย (Offer) ค่ะ ตอนที่เราซื้อเราจะซื้อที่ราคาขาย (Offer บางโบรกเกอร์ เรียกว่า Ask) พอจะขายก็ต้องขายที่ราคาซื้อ (Bid) นะค่ะ ยกตัวอย่าง ร้านทองก็มี ราคาซื้อ-ราคาขาย ติดไว้ที่หน้าร้าน เวลาคุณจะไปซื้อทอง ก็ต้องซื้อที่ราคาขาย (Offer) พอจะขายคืนก็ต้องขายให้ที่ราคาที่เค้ารับซื้อ (ฺBid) ถ้าซื้อแล้วขายเลยก็ขาดทุนแน่ๆ ค่ะ เพราะราคารับซื้อเค้าจะต่ำกว่าราคาขาย ใน Forex ก็คล้ายๆกัน จะเห็นว่าพอเราเปิดซื้อขายมาออเดอร์นึง จะลบทันที 2 จุด (pips) สำหรับ EUR/USD ใน Marketiva เหมือนเป็นค่าต๋งนะแหละค่ะ ยังไงเปิดมาก็ต้องลบ EUR/USD ปกติจะมี Spread ต่ำสุด แล้วแต่ว่าแต่ละโบรกเกอร์จะกำหนดเท่าไหร่ค่ะ บางโบรกเกอร์ก็ 3 pips สำหรับตัวอื่นค่า Spread ส่วนมากก็จะมากกว่านี้ค่ะ เช่น GBP/USD 4 pips หรือตัวที่วิ่งเยอะๆ เช่น GBP/JPY ถึง 8 pips เปิดมา -8 ทันทีเลยค่ะ

13. Leverage (ที่เห็น 1:100, 1:200) คืออะไร?
: Lever แปลว่า คาน Leverage แปลตรงตัว = กำลังคาน ค่ะ
สำหรับใน Forex ค่า Leverage เป็นตัวช่วยเวลาเราลงทุนค่ะ เป็นการให้ Margin เราเพิ่มตอนเทรด ยกตัวอย่าง ถ้าเราจะเทรด 100 หน่วยของ USD/JPY เราต้องใช้เงินถึง $100 ดอลลาร์ (Leverage 1:1) ถ้าโบรกเกอร์ให้ Leverage เรา 1:100 ก็คือ เราใช้เงินลงทุนเพียง $100/100=$1 หรือใช้เงินเพียง 1 ดอลลาร์เท่านั้น
แล้วมีผลยังไง? 1:100 เราลงทุน 1$ เหมือนลงทุนไป 100$ ทำให้เราได้กำไร (หรือขาดทุน) เพิ่มขึ้นด้วยเงินเพียงนิดเดียว ถ้า Leverage มากขึ้น ก็ยิ่ง กำไรขาดทุนมากขึ้นไปอีกค่ะ ที่เงินลงทุนเท่ากัน ยิ่ง Leverage เยอะเวลา - ยิ่งขาดทุนเยอะนะค่ะ ต้องระวังไว้ด้วย
ในโบรกเกอร์จะมีการกำหนด Leverage ที่ต่างกันแล้วแต่ทางโบรกเกอร์เค้าค่ะ 1:100, 1:200 หรือ บางโบรกเกอร์ 1:500 ก็มี สำหรับ Marketiva จะมีค่า 1:100 ครับ ถ้าเราซื้อ EUR/USD $1 ถ้าราคาขึ้นไป 10 จุดแล้วขาย เราก็จะได้กำไร $0.1 ถ้าไม่มีค่า Leverage หรือเป็น 1:1 เราจะได้กำไรเพียง $0.001 เท่านั้น

14. ทำไมเปิดซื้อขายไม่ได้ ข้อควรระวังในการเปิดซื้อขายบ่อยๆ บวกนิดหน่อยปิดที่ Marketiva?
:.เทรดสั้นๆ (น้อยกว่า 5 นาที) เกิน 10 ครั้งใน 4 ชั่วโมง หรือ 50 ครั้งใน 7 วัน
เทรดรวม (ทั้งเทรดสั้นและเทรดปกติ) รวม 200 ครั้ง ใน 7 วัน
คุณจะถูกระงับการเทรดชั่วคราว ไม่สามารถเปิดซื้อขายได้ ทั้งนี้ นับรวมทั้ง เทรดด้วยเงินจริง (Live Forex) และ เงินปลอม (Virtual Forex) นะค่ะ ระวังจุดนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นเราจะเปิดซื้อขายไม่ได้ เท่าที่เคยถามซัพพอร์ตไป ต้องรอ 1-7 วัน จึงจะเทรดได้อีกค่ะ
More

เทคนิคลงทุนระยะสั้น

เทคนิคลงทุนระยะสั้น


  • 1. สำหรับท่านที่ เล่นระยะสั้น ให้ท่าน ลงวินโดว์ 2 ตัว ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน  เพราะเงื่อนไข การใช้บริการโบรกเกอร์นั้น การส่งคำสั่ง ซื้อขาย คิดเป็น 1 ครั้ง และใน 1 เดือนส่งคำสั่ง ซื้อขาย ต้องไม่เกิน 200 ครั้ง ยิ่งเล่นสั้น 200 ครั้ง ไม่พอค่ะ เราต้อง เปิด การใช้บริการ 2 ชื่อค่ะ ชื่อละ 1 วินโดว์  สำหรับการถอนเงินออก โบรกเกอร์ไม่จำกัดการเอาออกค่ะ เพราะเป็นเงินของเรา แต่ ต้อง เสียค่าธรรมเนียม7 $ ค่ะ เช่น ต้องการถอนออก 30 $ ท่านจะเหลือ 23 $ ค่ะ และนำเงินที่ถอนไปใส่อีกชื่อหนึ่งของเรา

2.  หาโอกาศ เข้าลงทุนให้ดี .....ท่านอย่าเอาใจจดจ่อจนทุกนาทีค่ะ
ท่านมีโอกาศ ตั้ง 24 ชัวโมง ยิ่งท่านเอาใจจดจ่อมากใจท่านก็จะบอกกับตัวเองว่า นี่ล่ะโอกาสเสมอเลย **** แนะนำให้สังเกตุนาน ๆ

  • 3. ท่านอย่าเร่ง เงิน ตัวเองนะค่ะ เช่น นำเงินเข้าโบรกเกอร์ 100 $ และท่านลงทุน 70 $ หรือ 7000 หน่วย ท่านต้องรู้นะค่ะลงทุน 100 $ มันควรจะได้เท่าไหร่ ใน 1 เดือน ท่านจะรู้อย่างไร ท่านใช้เงินปลอมลองเล่นค่ะ ท่านมีประสบการณ์มาหลายเดือน สำหรับดิฉัน ใช้ แค่ 40 $ หรือ 4000 หน่วย ทุกครั้ง ในการลงทุน
เก็บวันละ 20 จุด ( เน้น....กำหนดเท่านี้ค่ะ )

เก็บ 20 วัน วันละ 20 จุด

20 คูณ 20 = 400 จุด

ลงทุน 4000 หน่วย หุ้น ขึ้น ลง 1 จุด = 0.4 $

0.4 คูณ 400 = 160 $

เปลี่ยนเป็นเงินไทย = 5120 บาท
เน้น........ท่านอย่าเร่งเงินตัวเองถ้าท่านต้องการใช้เงินในเดือนนี้ 10,000 บาท แต่ท่านใช้เงิน 100 $ ข้างบน แล้ว ลงทุน 70 $ หรือ 7000 หน่วย ( ระวังท่านไม่ได้อย่างที่คิดนะค่ะ )

ท่านมี 2 วิธี
1. ท่าน ต้อง เก็บจุด เพิ่มขึ้น จาก วันละ 20 จุด ก็ เป็น 40 จุด ( วิธีนี้เหนื่อยค่ะ )
2. ท่านต้องลงทุน เป็น 200 $ แต่เก็บที่ 20 จุด ต่อวัน


4. กำไร 5-10 จุด ให้ปิดการขายเลยนะค่ะ ค่อยเก็บไปเรื่อย ๆ ( วิธีการเล่นระสั้นค่ะ )
อย่ารอมากกว่านี้ค่ะ เดี่ยวจะปิดการขายไม่ได้ ( ไม่ต้องกลัวโบรกเกอร์ระงับการใช้ของเราค่ะ เรามี 2 ชื่อค่ะ ถ้าระงับ
ชื่อนี้เราก็ย้ายเงินไปเล่นอีกชื่อค่ะ) ** แต่ต้องเผื่อค่าธรรมเนียมด้วย **


*****วิธีการนี้ เป็นแค่แนวทางการลงทุนระยะสั้น อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง/ " การลงทุนมีความเสี่ยง "

- ข้อมูลจาก http://www.trades-inter.com/
More
 
Support : Your Link | Your Link | Your Link
Copyright © 2013. bbc world - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Edited by Kompi Ajaib
Published by Mas Template Proudly powered by Blogger